
วันนี้ (5 พ.ค. 69) นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สื่อสารประเด็นสำคัญผ่านการแถลงข่าวสื่อมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุมทั้งด้านประเพณี สถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มาตรการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง การเตรียมรับมือพายุโซนร้อนและอุทกภัย ตลอดจนการส่งเสริมการท่องเที่ยว การเกษตร และการตลาดสินค้าเกษตรของจังหวัดในช่วงเดือนพฤษภาคม–มิถุนายนนี้ รวมถึงการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี
.
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จังหวัดได้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์พายุและอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีการขุดลอกลำน้ำ เตรียมเครื่องสูบน้ำ และวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบ
.
ในด้านการเกษตร ได้เน้นย้ำให้เกษตรกรเฝ้าระวังผลผลิตในช่วงฤดูแล้ง โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ลิ้นจี่ ลำไย มะม่วง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และข้าวนาปรัง ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะราคาข้าวที่อาจได้รับผลกระทบจากการส่งออกของประเทศอินเดียในระยะต่อไป ทั้งนี้ จังหวัดเตรียมพิจารณามาตรการช่วยเหลือ เช่น การเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าและการดูแลเสถียรภาพราคา เพื่อบรรเทาผลกระทบแก่เกษตรกร
.
สำหรับสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน จังหวัดเชียงใหม่ยังคงดำเนินมาตรการแก้ไขอย่างเข้มข้น โดยพบว่าจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่เกษตรลดลงจากความร่วมมือของเกษตรกร อย่างไรก็ตาม ไฟป่าในพื้นที่ป่ายังคงควบคุมได้ยาก เนื่องจากสภาพอากาศแห้งแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญและมีเชื้อเพลิงสะสมจำนวนมาก ถึงแม้ว่าค่าฝุ่น PM2.5 จะสูงเกินมาตรฐานแต่จำนวนวันที่เกินค่ามาตรฐานยังน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง ขณะเดียวกันจังหวัดเชียงใหม่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานดับไฟป่า ให้มีการตรวจร่างกายก่อนปฏิบัติงาน ทำประกันชีวิต รวมถึงการจัดระบบช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ในด้านการบังคับใช้กฎหมายได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดแล้วประมาณ 257 ราย จากการลักลอบเข้าป่าในช่วงประกาศปิดป่า พร้อมกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา ทั้งระยะสั้น โดยการระดมกำลังควบคุมไฟ และระยะยาว เช่น การทำแนวกันไฟ การจัดทำแผนชุมชน การสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน และการพิจารณาจำกัดการเข้าป่าในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยง ทั้งนี้ จังหวัดมีการประชุมติดตามสถานการณ์เป็นประจำทุกเดือน เพื่อปรับแผนให้เหมาะสมกับพื้นที่เสี่ยง และยกระดับประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาล โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สั่งการอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ภายใต้แนวทาง “Single Command” โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่
.
นอกจากนี้ จังหวัดได้ติดตามกรณีประชาชนร้องเรียนปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าในอำเภอไชยปราการ ซึ่งมีการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น ขิง ในพื้นที่ป่าซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและแหล่งน้ำ โดยได้มอบหมายให้นายอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือร่วมกัน เพื่อหาแนวทางแก้ไขให้เป็นไปตามแผนการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างเหมาะสม และรายงานความคืบหน้าต่อจังหวัดต่อไป
.
จังหวัดเชียงใหม่ยืนยันเดินหน้าบูรณาการทุกภาคส่วน แก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และภัยพิบัติต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อความยั่งยืน